2007/Aug/18

ไรเดอร์อาจเป็นเซอร์ว้านท์ที่ลึกลับมากก็จริง แต่เป็นตัวละครที่ชวนน่ามอง (คงไม่ต้องบอกนะว่าอะไรที่ควรมองน่ะ ฮิ ฮิ) ถึงกระนั้นเมื่อเอามาเปรียบกับแคสเตอร์แล้ว แค่เครื่องแต่งกายก็ห่างชั้นกันมากเลยล่ะ หากเซเบอร์เป็นเหมือนกับอัศวินแล้วล่ะก็ แคสเตอร์เป็นเซอร์ว้านท์ที่จัดว่าเป็นเสมือนกับผู้มีพลังเวทย์ เธอถูกมาสเตอร์อัญเชิญมายังบนโลก กระนั้นก็เกิดการตกลงอะไรกันไม่ได้ หรือไม่ก็แคสเตอร์เห็นว่ามาสเตอร์มีพลังเวทย์ด้อยกว่าตัวเอง และไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย ว่าแล้วเธอก็ลงมือจัดการฆ่ามาสเตอร์ของตัวเองซะงั้น ! ถึงจะเป็นจอมเวทย์ก็ตามแต่แคสเตอร์ก็เป็นเซอร์ว้านท์อยู่ดี ฉะนั้นเมื่อไม่มีมาสเตอร์ค่อยเติมพลังเวทย์ให้ เธอก็ต้องออกไล่ล่าพลังชีวิตของมนุษย์มาเสริมพลังให้กับตนเองซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลยสำหรับเซอร์ว้านท์ที่ไร้มาสเตอร์ออกหาพลังเสริมตัวคนเดียว อีกอย่างตอนนั้นพี่เบิ้มอย่างเบอร์เซอร์เกอร์ยังอยู่ และแคสเตอร์จัดอยู่ในประเภทฝ่ายสนับสนุนข้างหลังมากกว่า แม้พลังเวทย์ของเธอจะกล้าแข็งก็จริง ไม่ต้องถึงขั้นเผชิญหน้ากับเบอร์เซอร์เกอร์หรอก แค่อาเชอร์คนเดียวก็สร้างความลำบากให้กับแคสเตอร์ไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อเป็นเช่นนั้นแคสเตอร์ต้องหาแหล่งกบดานและใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บสะสมพลังให้กับตัวเอง

จนกระทั้งแคสเตอร์หาสถานที่ดังกล่าวได้ นั้นก็คือ วัดโด (ซึ่งก็เป็นบ้านของอิซเซย์ เพื่อนซี้ไม่มีซั้วของชิโร่นั้นเอง) แต่สภาพของแคสเตอร์อ่อนแอลงเรื่อย ๆ เธอนอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนและคิดว่าตัวเองมาถึงได้เพียงแค่นี้ ทันใดนั้นเอง คุซึกิ โซอิจิโร่ ก็เข้ามาแคสเตอร์ เขาเป็นอาจารย์ของพวกชิโร่ รินและอิซเซย์ และพักอาศัยอยู่ในวัดริวโด โซอิจิโร่พยุงแคสเตอร์ไปที่ห้องของตัวเองและดูแลเธอเป็นอย่างดี (ตามสรุปนิยายน้ำเน่าเลยแหะ) ทำให้แคสเตอร์รู้สึกประทับเป็นอย่างยิ่ง และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอให้ฟัง รวมถึงเรื่องของสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิด้วย เธอไม่คิดว่าโซอิจิโร่จะเข้าใจ แม้โซอิจิโร่จะเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังเวทย์หรือตราเวทย์เลยซักนิด เขากลับยินดีให้ความช่วยเหลือแคสเตอร์ จนแคสเตอร์ถึงกับเรียกเขาว่าเป็น มาสเตอร์ เลยทีเดียว แม้กระทั้งตอนเสียชีวิตทั้งสองก็ยังตายพร้อมกันเลย อะไรมันจะหวานปานนั้นเนี่ย


ตัวตนที่แท้จริง

ตำนานที่เกี่ยวกับจอมเวทย์นั้นถ้าจะให้ไล่แล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่ามีอยู่มากมายก่ายกองพอ ๆ กับไล่เล่าเรื่องตำนานอัศวินนั้นแหละนะ เพราะสองอาชีพนี้มันจะอยู่ร่วมสร้างวีรกรรมด้วยกันเสมอ แต่ถ้าบีบแคบลงมาและไม่คิดแบบพิลึกพิลั่นเหมือนกรณีของเซเบอร์แล้วล่ะก็ เธอเป็นแม่มดสาวเฮอร์ไมโอนี่นั้นเอง เอ๊ย ! มันใช่ที่ไหนกันเล่า ! เรื่องราวของเธอเกิดขึ้นในตำนานกรีกโบราณ เริ่มต้นแบบนี้ก็คงรู้แล้วสินะว่า ต้องลงท้ายอย่างอาภัพแน่นอน (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านอกจากเรื่องราวของเหล่าเทพแล้ว คนอื่น ๆ ไม่ค่อยมีประวัติที่แฮปปี้เอนดิ้งเท่าไรแหะ) หากพูดถึงแม่มดล่ะก็ หากไม่นับเหล่าแม่มดสาวในนิยายขายดีเหมือนแจกฟรีอย่างแฮรี่พ๊อตเตอร์แล้วล่ะก็ ส่วนใหญ่จะหน้าตาดูไม่ค่อยได้ทั้งนั้น แต่แคสเตอร์ไม่ได้เป็นแม่มดที่น่าตาอัปลักษณ์ จมูกโด่งมีตุ้มฝีอยู่เต็มใบหน้า ผมสีขาวเป็นยายแก่และวัน ๆ เอาแต่คนหม้อต้มยา วันดีคืนดีก็คอยจับเด็กกินหรอกนะ เห็นแบบนี้เธอเป็นถึงเจ้าหญิงเชียวนะจะบอกให้ เธอเป็นบุตรธิดาของกษัตริย์อีอีทิสแห่งอาณาจักรคอลคิส เธอมีชื่อว่ามีเดีย นอกจากจะรวยในรูปโฉมและหน้าตาแล้วยังรวยทรัพย์อีกต่างหาก แถมยังพกดีกรีเป็นแม่มดและเป็นศิษย์เทพธิดาแม่มดฮีเคทีอีกต่างหาก คาถาอาคมหรือการทำคุณไสยต่าง ๆ มีเดียจัดอยู่ในขั้นปริญญาเลยทีเดียว ดูเหมือนช่างเป็นชีวิตที่สุขสบายจริงไหมล่ะ และมันอาจจะเป็นเช่นนั้นหากไม่มีชายที่ชื่อ เจสัน ปรากฏเข้ามาในชีวิตของเธอ เพียงแค่ชายคนนี้ปรากฏตัวผ่านมาในชีวิตเธอ ชะตาชีวิตของมีเดียก็เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

เจสันไหน ? เจสัน ยัง เหรอ ไม่ช่าย หรือเจสัน ศุกร์ 13 ก็ไม่ใช่อีกนั้นแหละ เจสันคนนี้เป็นเจ้าชายแห่งเมืองไอออลคัส และเป็นวีรบุรุษในตำนานขนแกะทองคำอันเลื่องลือ ครั้งหนึ่งกษัตริย์อีสันซึ่งเป็นพระบิดาของเจสันรู้สึกพอแล้วกับการครองบัลลังก์ จึงยกราชสมบัติให้กับพระอนุชา คือ กษัตริย์พีเลียสปกครองสืบแทนชั่วคราว เพื่อรอให้เจสันเติบใหญ่เป็นหนุ่มจนสามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้ แต่ก็อย่างว่าแหละนะ อำนาจเป็นของที่ใคร ๆ ก็อยากจะครอบครองให้นานที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้นพอถึงเวลาที่เจสันเป็นหนุ่มขึ้นมาจริง ๆ พีเลียสกลับพยายามบ่ายเบี่ยงโดยตั้งหัวข้อให้เจสันพิสูจน์ตัวเองว่าตนมีคุณสมบัติเป็นผู้ปกครองอย่างแท้จริง (ซึ่งรับรองได้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ๆ แน่นอน) ภารกิจก็คือ เจสันต้องไปนำขนแกะทองคำ ณ อาณาจักรคอลคิสมาจงได้ ฟังดูเหมือนไม่โหดเหมือนภารกิจ 12 อย่างของเฮอร์คิวลิส แต่การเดินทางไปเอานี้สิถึงขั้นมหาโหดทีเดียว ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ หากไม่นับมหาสงครามเมืองทรอยแล้ว การทำภารกิจของเจสันถือได้ว่าเป็นการรวบรวมวีรบุรุษของกรีกมารวมกันถึง 50 คนเชียวนะ เอาง่าย ๆ ขนาด เฮอร์คิวลิสยังเข้าร่วมด้วยเลย รับรองได้ว่างานนี้ไม่ใช่การขนเหล่าวีรบุรุษไปล่องเรือเล่นแน่ ๆ

แค่ไปเอาขนแกะทองคำต้องขนไปถึงขนาดนี้เชียว ? นอกจากต้องเผชิญกับสภาพท้องทะเลอันแสนบ้าคลั่งแล้ว คณะศัธทราของเจสันทัวร์ยังต้องเจอกับอสุรกายตามเกาะต่าง ๆ ทั้งบนบกหรือแม้แต่ในน้ำ เจอเกาะที่มีมนุษย์กินคนอาศัยอยู่และโจรสลัดคอยปล้นสะดมเป็นระยะ ๆ ขนาดมีเฮอร์คิวลิสอยู่ในเรือก็ยังเจอปัญหาจนแทบเกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกันนะ กระนั้นเจสันถือว่าเป็นวีรบุรุษที่โชคดีคนหนึ่ง ตรงที่เขาเป็นที่ถูกใจของพระนางเฮรามเหสีของมหาเทพซุส (แต่งานนี้มหาเทพซุสไม่ออกอาการหึงบ้างเลยแหะ ?)คนอื่น ๆ นี้ถูกพระนางตามจองล้างจองผลาญแบบเอาเป็นเอาตาย แต่กลับเจสันไม่ เพราะพระนางคอยเป็น "เจ๊ดัน" ให้เจสันประสบรอดพ้นวิกฤติการณ์ต่าง ๆ จนมาถึงอาณาจักรคอลคิสได้อย่างสำเร็จ แต่ขนแกะทองคำถือเป็นสมบัติมีค่าของอาณาจักรนี้ อย่าว่าแต่พูดจาหว่านล้อมเลย แค่บอกจะมาขอเท่านั้นแหละ ก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วเพราะอย่างเสียก็ไม่มีทางได้อยู่ดี แต่ครั้นจะบอกปฏิเสธแล้วไล่ส่งพวกเจสันกลับไป เกิดพวกวีรบุรุษที่ตามมาด้วยเกิดอาการติสขึ้นมา มันก็ไม่ค่อยคุ้มเสียเท่าไรนักว่าแล้วกษัตริย์อีอีทิสก็ตั้งโจทย์ให้เจสันทำ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอีกตามเคย ภารกิจที่อีอีทิสสั่งให้เจสันทำเพื่อเป็นการแลกกับขนแกะทองคำมีเพียง 3 ประการเท่านั้นคือ 1. กำราบวัวดุคู่หนึ่ง ซึ่งมีกีบและเขาเป็นทองเหลือง หายใจเป็นไฟ แล้วนำไปเทียมคันไถซึ่งทำด้วยหินชนิดที่แข็งที่สุด 2. ให้นำวัวไปไถที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งมีความแข็งมากเพราะยังไม่เคยทำการเพาะปลูกมาก่อนเลย และ 3. ให้นำฟันมังกรไปหว่านในแปลงที่ไถ และเมื่อฟันมังกรกลายเป็น "นักรบอสุรกาย" อันกำเนิดขึ้นมาจากที่ดินแปลงนั้น เจสันจะต้องสังหารให้หมด และทั้งนี้ทั้งนั้น เจสันต้องลงมือทำคนเดียวและต้องทำให้สำเร็จภายใน 1 วัน ! โอ้แม่เจ้า ! แค่อันแรกนี้ก็หินสุด ๆ แล้วนะ และหากทำไม่สำเร็จวีรบุรษที่ร่วมเดินทางมาจะต้องโดนตัดลิ้นและมือหมดทุกคน (เล่นกันขนาดนี้ทำไมไม่ให้ทหารล้อมวงเข้าตีตั้งแต่แรกล่ะ)

เจอภารกิจที่เกินกำลังมนุษย์ตาดำ ๆ อย่างนี้เข้า ต่อให้เป็นเจสันก็ต้องนอนก่ายหน้าผากจนแขนเป็นตะคริวเหมือนกัน ว่าแล้วพระนางเฮราก็ยื่นมือเข้ามาช่วย พระนางได้ขอให้เทพีอะโฟรไดต์ ซึ่งเป็นเทพีแห่งความรัก ส่งทูตแห่งความรักอย่างคิวปิดลงไปแผลงศรกามเทพยิงเข้าไปที่หัวใจของเจสันกับมีเดียที และยุทธการของเจ๊ดันก็ประสบความสำเร็จด้วยดี มีเดียเกิดหลงรักเจสันอย่างหัวปลักหัวปลำ (จริง ๆ นะ) เธอยอมช่วยเหลือเจสันแม้ว่าจะนำมาซึ่งการสูญเสียสมบัติประจำเมืองและสร้างความโกรธเคืองต่อผู้เป็นบิดามากเพียงใดก็ตาม โดยมีเดียให้เงื่อนไขกับเจสันว่า หากเธอช่วยให้เจสันเข้าถึงขนแกะทองคำได้ เจสันต้องรับเธอเป็นภรรยาและพากลับไปยังบ้านเกิดของเขาด้วย เจสันตอบตกลงในบัลดลและให้คำสัตย์ว่าหากสามารถครองครอบบัลลังก์แล้วจะให้มีเดียเป็นราชินีของตนและจะรักนางไปจนวันตาย (ขอให้ผู้อ่านจำประโยคนี้เอาไว้ด้วยนะ) นั้นทำให้พระนางเฮราทรงปลื้มเป็นอย่างมาก วิธีช่วยเหลือของมีเดียก็คือ มอบขี้ผึ้งวิเศษที่สามารถทนความร้อนได้ ให้เจสันทาถู ๆ แต่ไม่ต้องสูดดมเพราะไม่ใช่ยาดม

เมื่อเปลวเพลิงอันแสนร้อนแรงไม่ระคายผิวเจสัน เขาก็จัดการจับวัวประหลาดใส่เทียมคันไถและไถที่ดินในแปลงและหว่านฟันมังกรลงไป จนกระทั้งเกิดบรรดานักรบอสูรขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทีนี้เจสันจะปราบอย่างไง ? ง่ายมาก เจสันจัดการโยนก้อนหินปาใส่นักรบอสูรตัวหนึ่งตามคำบอกเล่าของมีเดีย เท่านั้นแหละพวกมันก็จัดการฆ่ากันเองโดยที่เจสันเสียแค่โยนหินอย่างเดียว เท่ากับภารกิจได้สำเร็จลุล่วง ทว่าพอเสร็จงานแล้ว อีอีทิสกลับไม่คิดจะมอบขนแกะทองคำตามสัญญา แถมยังคิดจะกำจัดพวกเจสันทุกคนอีกต่างหาก ความถึงมีเดีย เธอจึงลอบเข้าไปหาเจสันในเวลากลางคืน เพื่อพาไปเอาขนแกะทองคำในสวนซึ่งมีมังกรร้ายเฝ้าอยู่ แต่มันก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเวทย์มนต์ของมีเดีย และเจสันก็ได้ขนแกะทองคำดั่งใจสม คราวนี้จะอยู่รอเพื่ออะไรล่ะ ? เจสันก็รีบออกเรือโดยมีเดียตามไปด้วย เมื่ออีอีทิสทราบความก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ขนแกะทองคำถูกแย่งไปไม่พอ เจสันยังจะพาพระธิดาสุดที่รักไปอีก เล่นขนไปทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ งานนี้ต้องนองเลือดสถานเดียว อีอีทิสจึงจัดทัพเรือไล่ล่าเรือของเจสันทันที เมื่อทัพเรือเกือบจะไล่กวาดเรือของเจสันได้แล้ว มีเดียก็จัดการสังหารน้องชายของนางและโยนทิ้งศพลงทะเล เพื่อถ่วงเวลาให้อีอีทิสหยุดรับศพของน้องชายเธอกลับไปทำพิธีศพ โห ไม่ค่อยจะโหดเลยนะตัวเอง แต่ก็อย่างว่าแหละนะความรักเข้าครอบงำจิตใจของมีเดียจนหมดสิ้นแล้ว หากเจสันถูกจับได้ การตายในทันทีถือว่าเป็นการปรานีเกินไปสำหรับสิ่งที่เขากระทำเสียด้วยซ้ำ มีเดียจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เจสันสุดที่รักปลอดภัย ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนในครอบครัวหรือมีสายเลือดเดียวกับเธอก็ตาม หากคิดจะเป็นศัตรูของเจสันแล้วล่ก็ต้องข้ามศพเธอไปก่อน เฮ้อ...ความรักทำให้ตาบอดยังไม่พอแถมเพิ่มความอำมหิตให้กับมิเดียอีกต่างหาก

หลังจากเผชิญวิบากกรรมต่าง ๆ นานา ในที่สุดเจสันและมีเดียก็มาถึงไอออลคัสจนได้ เนื่องจากความอนุเคราะห์ของพระนางเฮรานั้นเอง แต่ก็อย่างว่าแหละนะ อำนาจเป็นของที่ไม่เข้าใครออกใคร พีเลียสกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนบัลลังก์ให้กับเจสัน แม้เขาจะทำภารกิจสำเร็จก็ตาม แถมยังคิดแผนการฆ่าเจสันอีกต่างหาก เรื่องดังกล่าวมาถึงหูของมีเดีย คงไม่ต้องบอกนะว่าเธอเกิดอาการจี๊ดแค่ไหน ว่าแล้วเธอก็ปลอมตัวเป็นแม่มด (อ้าว ? แล้วจะปลอมทำไมล่ะนั้นน่ะ ?) เข้าไปหาพีเลียสโดยบอกว่ามีสูตรยาเมื่อชุบตัวลงไปในน้ำยาแล้วจะทำให้กลับกลายเป็นหนุ่มอีกครั้ง ทีแรกพีเลียสไม่เชื่อว่าแล้วมีเดียก็แสดงตัวอย่างกับแกะชราตัวหนึ่งเป็นขวัญตา ปรากฏว่าแกะตัวนั้นกลับกลายเป็นหนุ่มจริง ๆ พีเลียสเห็นก็ลิงโลดอย่างดีใจและให้พระธิดาของตนไปขอสูตรลับจากมีเดีย เธอก็ให้ไปอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะมันเป็นคนละสูตรกัน ! ทำให้แทนที่พิเลียสจะกลับกลายเป็นหนุ่ม เป็นว่าต้องตายคาหม้อน้ำต้มยาซะอย่างนั้น วิธีการอันโหดเหี้ยมนี้โจษจันไปทั่วเมืองทำให้ประชาชนก่อม๊อบไม่รับร่าง เอ๊ย ! ไม่ยอมรับมีเดียเป็นราชินีเด็ดขาด และงานนี้ก็กระทบชิ่งไปยังเจสันด้วย เพราะเขาได้กล่าวคำสัตย์เอาไว้แล้วว่าจะต้องให้มีเดียเป็นราชินีจงได้ แต่กระแสกดดันของประชาชนช่างมากเหลือเกิน จนเจสันต้องตัดใจเรื่องราชบัลลังก์แล้วพามีเดียหนีไปอยู่ ณ เมืองคอรินท์ซึ่งอยู่กับเมืองทีบส์ ทั้งสองอยู่ที่นั้นจนมีลูกด้วยกัน 2 คน

อะ ๆ คิดว่าเรื่องราวจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งใช่ไหมล่ะ ? ยัง ๆ เรื่องนี้ยังไม่จบหรอกนะ หลังจากที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยาไปนานวันเข้า เจสันชักเห็นว่ามีเดียมีพฤติกรรมที่ชักเหมือนแม่มดเข้าไปทุกที หมายถึงนิสัยใจคอของเธอชักจะไม่ค่อยเหมือนแต่ก่อนแล้ว ใครที่เข้ามาข้องแวะกับเจสันมีอันต้องม้วยมลายไปเสียทุกคน ทำให้เจสันเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมา อ้าว ? ทั้งที่มีเดียทำไปเพราะรักเจสันหมดหัวใจนะเนี่ย ถ้าแค่เบื่อแล้วทำตัวห่างเหินน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่เจสันกลับทอดทิ้งมีเดียไปอษิเรกสมรสกับพระธิดาของกษัตริย์แห่งเมืองคอรินท์ซะงั้น ! หมายความว่ามีเดียอกหักเหรอ ? น่าจะบอกว่าโดนทิ้งมากกว่านะ อารมณ์ประมาณนี้หากเป็นมิวสิควิดีโอแบบมาตรฐานสากล มีเดียต้องวิ่งออกไปท่ามกลางสายฝนแล้วคิดถึงอดีตที่เคยหวานก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นและร้องให้ท่ามกลางสายฝนแบบไม่กลัวเป็นปอดบวม หรือถ้าเหตุการณ์เกิดในหน้าร้อนเธอก็คงขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำและปล่อยให้น้ำฝักบัวลดท่วมตัว ที่สำคัญต้องนั่งกอดเข่าซึ่งเป็นท่าบังคับด้วย หรือที่ขาดไม่ได้ก็คือ ส่งของที่เป็นของเจสันไปให้เขา แบบตัดบัวไม่ให้เหลือเยื่อในว่างั้นเถอะ ทายสิคนที่รักเจสันจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างมีเดียเธอจะเลือกวิธีไหนเอ่ย ? ติ๊กต๊อก ๆๆๆๆๆๆ หมดเวลา เฉลยแล้วกันว่าเธอเลือกวิธีส่งของนั้นเอง เออ....แต่ของที่เธอส่งไปให้นี้สิ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ใครเอาไปเป็นแบบอย่างหรอกนะ เพราะเธอเล่นส่งชุดเจ้าสาวไปให้ ก็โอเคนิดูแล้วแฟร์ ๆ ถ้าไม่พ่วงศพลูกทั้งสองที่เกิดจากเธอกับเจสันนี้สิ ! แต่แปลกแทนที่ภรรยาใหม่จะโวยวายและรับไม่ได้กับการกระทำของมีเดีย เธอกลับใส่ชุดเจ้าสาวของมีเดียซะงั้น ซึ่งมันก็เข้าทางเธอพอดีเพราะชุดดังกล่าวถูกเคลือบยาพิษเอาไว้ เพื่อภรรยาใหม่เสียชีวิต มีเดียก็จัดการฌาปนกิจศพโดยใช้วังของกษัตริย์คอรินท์เป็นเชื้อไฟแทนอีกต่างหาก หลังจากนั้นมีเดียก็เอาศพโอรสทั้งสองใส่รถเทียมมังกรสองตัวพาเหาะทะยานหายไปในท้องฟ้า ซึ่งต่อมานางก็ไปเป็นมเหสีของกษัตริย์อีเจียสแห่งเอเธนส์ และยังคงไว้ลายความเป็นแม่มดโดยเป็นผู้ปรุงยาพิษเพื่อสังหารเจ้าชายทีซีอุสอีกด้วย และเรื่องราวบั้นปลายชีวิตของเธอนั้นกลับไม่มีเรื่องที่ชัดเจน


Noble Phantasm

ท่าไม้ตายของแคสเตอร์ถือได้ว่าอ่อนที่สุดในจำนวนเซอร์ว้านท์ทั้งหมด แต่หากพูดถึงพิษสงแล้วล่ะก็ถือว่าร้ายแรงพอสมควร ไม้ตายของแคสเตอร์คือมีดสั้น "Rule Breaker" เป็นมีดเวทมนต์ซึ่งมีความสามารถในการทำลายพันธสัญญาที่จอมเวย์ทำเอาไว้ทุกชนิด รวมไปถึงพันธสัญญาระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์ด้วย โดยการแทงเข้าไปที่มาสเตอร์หรือเซอร์ว้านท์คนใดคนหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือในการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์ก็ว่าได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสำเร็จจริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีดเล่มนี้อยู่ในมือของแคสเตอร์เท่านั้น เพราะการจะทำลายพันธสัญญาที่ทำขึ้นด้วยเวทย์มนต์นั้นต้องใช้พลังเวทย์ของผู้ใช้คอยหักล้างด้วย ในเนื้อเรื่องเซเบอร์ถูกมีดดังกล่าวแทง แต่คนที่แทงนั้นเป็นซากุระซึ่งถูกแคสเตอร์ควบคุมอีกทีหนึ่ง ถึงกระนั้นก็เป็นการตัดพลังเวทย์ในตัวเซเบอร์ไปได้มากทีเดียว จนถึงขั้นที่ทำให้เธอไม่สามารถใช้ท่าไม้ตาย "Excalidur" อันแสนภูมิใจได้ ถือเป็นไอเท็มสุดยอดสำหรับจอมเวทย์พอ ๆ กับมีดสั้น Azoth


คำจำกัดความของตัวละคร

"เหตุเกิดจากความรัก" ความรักทำให้ตาบอดยังน้อยเกินไปสำหรับแคสเตอร์เสียด้วยซ้ำ แต่จะว่าไปแล้วเรื่องราวทุกอย่างก็ไม่ได้เกิดจากความรักที่แท้จริงเสียเท่าไรนัก มีเดียถูกชักนำมาหาเจสันเพียงเพราะผลประโยชน์ล้วน ๆ จริงอยู่ว่าเจสันหล่อเหลาขนาดพระนางเฮรายังอดปลื้มไม่ได้ก็จริง แต่หากตอนนั้นมีเดียยังมีสติอยู่ล่ะก็ เธอจะตัดสินทำเรื่องแบบนี้ไหม มีเดียจะยอมสูญเสียสมบัติของเมืองเพียงเพราะผู้ชายคนเดียวเชียวเหรอ ? หรือยอมสังหารน้องชายตัวเองเพื่อคนที่เธอรัก ? อย่าลืมว่าลูกศรของเทพคิวปิคนั้นปักโดนใครเข้าแล้วล่ะก็ จะเกิดความรักครอบงำแบบไม่สนใจเหตุผลใด ๆ เลย ทำให้สิ่งที่ตามมากลับเปลี่ยนแปลงมีเดียให้เป็นคนไม่ดีซะงั้น แคสเตอร์มีชีวิตอยู่เพราะความรักอย่างแท้จริง เธอหลงรักโซอิจิโร่เข้านับตั้งแต่ที่เขาช่วยเหลือเธอเอาไว้ แม้โซอิจิโร่ไม่ได้เป็นจอมเวทย์และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิก็ตาม แต่แคสเตอร์กลับเรียกเขาว่า มาสเตอร์ และค่อยเชื่อฟังคำสั่งของโซอิจิโร่อีกต่างหาก แคสเตอร์คิดจะใช้คนทั้งเมืองฟุยุกิเป็นเครื่องสังเวยในการอัญเชิญจอกศักดิ์สิทธิ แต่แทนที่โซอิจิโร่จะห้ามปราม เขากลับนิ่งเฉยและพยายามให้ท้ายแคสเตอร์อีกต่างหาก หมอนี้เป็นเจสันกลับชาติมาเกิดหรือไงกันเนี่ย ? แต่สุดท้ายแล้วทั้งสองก็ได้จบชีวิตร่วมกันจะเรียกว่าเป็นนิยายรักโรแมนติกดีหรือเปล่าเนี่ย ?