

จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) วัสถุอันเป็นตำนาน กล่าวกันว่าเป็นจอกที่พระเยซูใช้ในอาหารมื้อสุดท้ายก่อนถูกตรึงไม้กางเขน และเชื่อกันว่าผู้ที่ได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์จะได้รับพรมากมายตามแต่ความปราถนา จนไปถึงความมีชีวิตเป็นอมตะ จึงกลายเป็นที่มาของตำนานเล่าขานต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะตำนานค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมแห่งคาเมล็อต เป็นตำนานที่มีการกล่าวถึงอย่างมาก จนกระทั่งกระแสของเวลาก็ได้พัดพาเอาจอกศักดิ์สิทธิ์หายเข้าไปในมุมมืดของประวัติศาสตร์ แต่ยังคงมีผู้ค้นหาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดค้นพบอีกเลย เวลาผ่านไปหลายร้อยปี มีเหล่าจอมเวทย์กลุ่มหนึ่งซึ่งอุทิศความสามารถที่มีอยู่ตามล่าหาจอกศักดิ์สิทธิ์ และในที่สุดก็ค้นพบวิธีอัญเชิญจอกศักดิ์สิทธิ์ให้ปรากฏขึ้นมา พวกเขาได้คัดเลือกสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งขึ้น และให้ผู้ไช้เวทย์จำนวน 7 คน ทำการต่อสู้กัน และเรียกการต่อสู้นี้ว่า "สงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์"
"สงความชิงจอกศักดิ์สิทธิ์" ผู้เข้าร่วมสงครามต้องเป็นจอมเวทย์หรือมีความสามารถทางการใช้เวทย์มนต์ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล โดยจะเรียกตัวเองว่า มาสเตอร์ (Master) เนื่องจากพวกเขาต้องต่อสู้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เรียกว่า เซอร์ว้านท์ (Servant)
มาสเตอร์ (Master) คือ เหล่าจอมเวทย์หรือผู้ใช้เวทย์มนต์ที่ได้รับการเลือกสรรให้มีสิทธิในการ สงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องพลังเวทย์ในระดับใด ขอเพียงใช้เวทย์มนต์หรือมีพลังเวทย์อยู่ในตัว ก็สามารถเข้าร่วมสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่จะได้รับอนุญาตเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น และมีเพียงแค่หนึ่งเดียวที่สามารถครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ได้
เซอร์ว้านท์ (Servant) คือ พาร์เนอร์ของมาสเตอร์ในการต่อสู้สงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ เซอร์ว้านท์ ก็คือ เหล่าวิญญาณของผู้เป็นตำนาน (ในเนื้อเรื่องเรียกว่า เหล่าวิญญาณของวีรชนในตำนานต่าง ๆ ทั่วโลกแต่หลังจากที่ดูแล้วก็มีเซอร์ว้านท์บางคนไม่ได้เป็นวีรชน ดังนั้น จึงขอเรียกว่าเหล่าวิญญาณของผู้เป็นตำนานก็แล้วกัน) วิญญาณเหล่านี้จะถูกมาสเตอร์อัญเชิญมายังบนโลก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือสหายร่วมรบในสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ ถึงกระนั้นเหล่าเซอร์ว้านท์จะปิดบังชื่อและตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ บางครั้งมาสเตอร์บางคนก็ยังไม่รู้เลยว่าวิญญาณที่ถูกอัญเชิญมานั้นเป็นใคร นอกจากจะถามกันตรง ๆ และจะถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้จุดอ่อนของเซอร์ว้านท์นั้นเอง และอีกฝ่ายก็จะไม่เรียกชื่อตรง ๆ ของเซอร์ว้าทน์ต่อหน้าคู่ต่อสู้
ด้วยเหตุนี้เหล่าเซอร์ว้านท์จึงใช้อาชีพ (Class) ในการเรียกชื่อแทนชื่อจริงของตนเองในขณะต่อสู้ หรือสนทนากับมาสเตอร์ของตน
อาชีพ (Class) ในสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์นั้น มีอยู่ทั้งหมด 7 คลาสด้วยกัน ตามจำนวนของมาสเตอร์ที่กำหนดเอาไว้ โดยคลาสทั้ง 7 มีดังนี้
- เซเบอร์ (Saber)
- อาเชอร์ (Archer)
- เบอร์เซอเกอร์ (Berserker)
- ไรเดอร์ (Rider)
- แคสเตอร์ (Caster)
- แอสแซสซิน (Assassin)
- แลนเซอร์ (Lancer)
เซอร์ว้านท์ทั้ง 7 ยังมี Noble Phantasm คือ ความสามารถพิเศษหรือท่าไม้ตายเฉพาะของแต่ละคน ซึ่งจะมีไม่เหมือนกัน และความสามารถแต่ละชนิดจะมีความเกี่ยวข้องกับตัวตนที่แท้จริงของเซอร์ว้านท์แต่ละคนด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ใช้ท่าไม้ตายเรื่อยเปื่อย จะใช้ก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่าสามารถโค่นศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้เท่านั้น
ในสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์ก็คือ ตราเวทย์ สิ่งนี้จะเหมือนกับเป็นการทำพันธสัญญาระหว่างมาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์เพียงมาเป้าหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั้นก็คือ จอกศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีบางกรณีที่เซอร์ว้านท์อัญเชิญเซอร์ว้านท์ด้วยกันเองขึ้นมา สงสัยใช่ไหมว่าทำได้ด้วยเหรอ ? ได้แต่ต้องเป็นเซอร์ว้านท์ที่เป็นจอมเวทย์เท่านั้น อย่างที่ทราบกันแล้วว่าเซอร์ว้านท์นั้นเป็นวิญญาณของเหล่าเป็นตำนาน ดังนั้น การมีตัวตนอยู่บนโลกอีกครั้งหนึ่งนั้นต้องอาศัยพลังเวทย์เป็นจำนวนมาก ทำให้พวกเขามีเวลาจำกัดเวลาอยู่บนโลกหากปราศจากการเติมพลังเวทย์จากมาสเตอร์ หรือออกล่าดวงวิญญาณของมนุษย์เพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง ท้งเป็นการดำรงชีวิตและเอาไว้ใช้ในการต่อสู้อีกด้วย
อนึ่ง การอัญเชิญเซอร์ว้านท์มานั้นใช่ว่าทุกคนจะยอมให้ความเชื่อเหลือมาสเตอร์ทุกคนไป เนื่องจากเซอร์ว้านท์เป็นวิญญาณชั้นสูงระดับที่เป็นตำนาน ดังนั้น พวกเขาจึงมีความคิดเป็นของตัวเองและบางคนก็ยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างมากอีกด้วย ดังนั้น หากพวกเขาพบว่ามาสเตอร์ที่เป็นผู้อัญเชิญไม่มีความสามารถพอหรือคุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการของพวกเขาแล้วล่ะก็ ถึงกับมีการลงมือสังหารมาสเตอร์คนนั้นเลยทีเดียว
ทั้งมาสเตอร์และเซอร์ว้านท์ต้องต่อสู้กับมาสเตอร์และเซอร์ว้านท์ฝ่ายตรงข้าม จนกระทั้งเหลือเพียงแค่มาสเตอร์กับเซอร์ว้านท์คู่สุดท้ายเท่านั้น ที่จะสามารถครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ได้ หากเซอร์ว้านท์สูญหายไประหว่างการต่อสู้ แต่มาสเตอร์ยังมีชีวิตอยู่และยังพอเหลือพลังเวทย์ ก็สามารถหาเซอร์ว้านท์คนใหม่กลับมาต่อสู้ได้ เช่นเดียวกันหากเซอร์ว้านท์สูญเสียมาสเตอร์ไป ก็สามารถทำพันธสัญญากับมาสเตอร์คนใหม่ได้ในกรณีเดียวกัน หรือมาสเตอร์มอบเซอร์ว้านท์ให้กับคนอื่นไปสู้แทนตัวเองโดยอาศัยสื่อกลางอย่างหนังสือเวทย์มนต์เป็นต้น ในกรณีนี้มาสเตอร์ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถจัดการตัวเองได้ก็จริง แต่เสี่ยงที่ต้องให้เซอร์ว้านท์ของตัวเองอยู่ในกำมือของคนอื่น ซึ่งคน ๆ นั้นอาจไม่มีความสามารถสูงพอ และจะทำให้สูญเสียเซอร์ว้านท์ไปเปล่า ๆ
Fate Stay Night : มหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ เป็นอนิเมชั่นที่มีเนื้อเรื่องดีเรื่องหนึ่ง ภาพที่ทำออกมาสวยทีเดียว การดำเนินเรื่องแม้มีบางช่วงบางตอนอาจดูฝืด ๆ ไปบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แถมยังมีการแทรกมุขตลกลงไปอีกซึ่งก็ทำให้ดูไปอมยิ้มไปได้เหมือนกันนะขอบอก นอกจากนี้ยังสอดแทรกถึงประวัติของเซอร์ว้านท์ด้วย (แต่บางคนก็เล่นเอางงอยู่นานสองนานหรือมีบางคนที่ "คาดไม่ถึง" เลยทีเดียว) ในเรื่องนี้ตัวละครเด่นก็คือ เซเบอร์ เซอร์ว้านท์ที่ถูกอัญเชิญมายังโลกด้วยความไม่รู้อิโหน่อิเหน่ (จริง ๆ นะ) ของมาสเตอร์ที่ชื่อว่า เอมิยะ ชิโร่ แม้เขาจะเป็นตัวเอกของเรื่องนี้คนหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถูกความนิยมของเซเบอร์บดบังมิดทีเดียว (คล้าย ๆ กับชินจิใน Evangleion ที่โดนอายานามิ เรย์ ดึงความนิยมไปจนหลายคนสงสัยว่าตกลงเธอเป็นตัวเอกของเรื่องเหรอ ทั้งที่บทพูดของเรย์นั้นแทบนับประโยคได้เลย ฮา) แม้จะไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วมสงครามชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ก็ตามที แต่ทั้งชิโร่และเซเบอร์ก็ฟันผ่าอุปสรรคจากเหล่าศัตรูจนสามารถเข้าถึงจอกศักดิ์สิทธิ์ได้ในที่สุด ส่วนตอนจบของเรื่องเป็นอย่างไงนั้น ขอให้ติดตามดูเอาเองก็แล้วกันนะ